"CBAM" กระทบส่งออกไทยไปEU แนะรัฐเร่งหนุน SMEs ปรับตัวรับเกณฑ์คาร์บอนต่ำ
"CBAM" กระทบส่งออกไทยไปEU แนะรัฐเร่งหนุน SMEs ปรับตัวรับเกณฑ์คาร์บอนต่ำ ปลดล็อกซื้อขายไฟฟ้าสะอาด เสริมขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก
ตั้งแต่ วันที่ 1 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา EU ได้เริ่มบังคับให้ผู้นำเข้าสินค้าต้องซื้อ เอกสารรับรองการจ่ายค่าธรรมเนียม หรือ CBAM Certificate ตามปริมาณ ก๊าซเรือนกระจกที่เกินกว่า benchmark value สำหรับสินค้า CBAM 6 ประเภท ได้แก่ ซีเมนต์ เหล็ก/เหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน โดยนางกรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการประกาศว่าจะใช้มาตรการ CBAM ในปี 2563
ผลการวิจัยของสถาบัน พบว่า มูลค่าการส่งออกสินค้า CBAM ไป EU ของผู้ส่งออกไทยลดลง 14% เมื่อเทียบกับผู้ส่งออกสินค้าอื่นๆไปยัง EU
และ หลังจากที่มาตรการ CBAM เริ่มบังคับใช้ในปี 2566 พบว่า การส่งออกลดลงซ้ำอีกถึง 24% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ส่งออกสินค้า CBAM ของไทยนั้น เริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวแล้ว ถึงแม้ว่า EU เพิ่งเริ่มบังคับให้มีการซื้อ CBAM Certificate เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ก็ตาม
โดยผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าประเภทเหล็กและเหล็กกล้า และอลูมิเนียม ซึ่งมีส่วนแบ่งการส่งไปยังสหภาพยุโรปจํานวนมาก ขณะที่สินค้าประเภทซีเมนต์มีผู้ส่งออกเพียงไม่กี่ราย ส่วนมากส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกรายเล็กที่ยังไม่มีข้อมูลคาร์บอนฟุตปริ้นท์ที่แฝงไปกับสินค้าที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป เมื่อสินค้าถูกส่งไปยังชายแดนสหภาพยุโรป ทำให้สหภาพยุโรปอาจไปเลือกใช้ค่าก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนค่อนข้างสูง ส่งผลให้เมื่อถึงเวลาบังคับใช้มาตรการ CBAM ผู้นําเข้าจะเสียประโยชน์ในการจ่าย CBAM Certificate ที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า มาตรการ CBAM นั้น ยังส่งผลกระทบทางอ้อม ต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมาตรการดังกล่าว หรือ ที่เรียกว่าสินค้า non-CBAM ไปยัง EU ด้วย
ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรเร่งส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ส่งออกรายเล็ก สร้างความพร้อมจัดเตรียมข้อมูลของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่แฝงไปกับสินค้า ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งเงินทุนและกองทุนในการลงทุนเทคโนโลยีเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก การจ้างผู้ทวนสอบก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่อย่างจํากัด
และที่สําคัญต้องเร่งส่งเสริมให้หาตลาดส่งออกใหม่ เตรียมรับมือกับมาตรการ CBAM ในระยะยาว ซึ่งต้องดําเนินการควบคู่กับการผลักดัน พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ หลายประเทศในอาเซียนที่เศรษฐกิจกำลังเจริญเติบโต ได้เตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการไปแล้ว ทั้งเตรียมข้อมูลด้านคาร์บอนฟุตปริ้นท์ การส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ที่มีการส่งเสริมการติดตั้งพลังงานโซลาร์ในกระบวนการผลิตมากขึ้น
โดยแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ได้คํานึงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเข้าไปด้วยแล้ว ในระยะยาวสิ่งที่เป็นอุปสรรคของประเทศไทยคือ โครงสร้างไฟฟ้าที่มีการซื้อขายผ่าน 3 หน่วยงานของการไฟฟ้าฯ จึงได้มีการหารือการทบทวน การอนุญาตให้มีการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรง พร้อมกับมีการทวนสอบว่าสินค้าดังกล่าวมาจากกระบวนการผลิตที่สะอาดจริงๆ มองว่าหากไทยปรับตัวช้า หรือไม่มีการออกมาตรการอะไรเลยก็อาจจะทำให้ ผู้ประกอบการรับมือไม่ทัน กับผลกระทบของมาตรการ CBAM ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB